ประวัติโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา             


           สืบเนื่องจากหลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโรวัดจันทาราม(ท่าซุง)จังหวัดอุทัยธานีได้จัดตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดารขึ้นตามพระราชประสงค์
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานทุนทรัพย์ดำเนินการเริ่มแรก ๑ แสนบาทเพื่อสงเคราะห์ประชาชน และตำรวจทหารที่อยู่แนวหน้าตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งด้านเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ยารักษาโรค และอื่นๆ ตามความจำเป็นในแต่ละท้องถิ่น
            หลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร ท่านได้เล็งเห็นว่าการจะสงเคราะห์ประชาชนให้มีการพัฒนาอย่างมั่นคง ต้องส่งเสริมด้านการศึกษาประกอบกับท่านเริ่มมีอายุมาก สุขภาพไม่เอื้ออำนวยในการเดินทางเป็นระยะเวลานานๆ ท่านจึงดำริตั้งโรงเรียนมัธยมขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๒๘ และในระหว่างนั้นท่านได้รับพระราชทานสมศักดิ์พระราชาคณะชั้นสามัญที่พระสุธรรมยานเถระ จึงใช้นามสมณศักดิ์เป็นชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา” โดยอยู่ในอุปถัมภ์ของมูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร และศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยโรงเรียนตั้งอยู่ในเขตธรณีสงฆ์ของวัดจันทาราม (ท่าซุง) มีเนื้อที่ประมาณ ๑๔ ไร่ และท่านได้ก่อสร้างอาคารเรียนสูง ๔ ชั้นเป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็กรอบพื้นที่ทั้ง ๔ ด้าน


            หลวงพ่อพระสุธรรมยานเถระ(พระมหาวีระ ถาวโร) ท่านได้ให้คำขวัญประจำโรงเรียนว่า “ประพฤติตนดี มีความสุข”และได้วางกฎระเบียบ
ข้อปฏิบัติต่างๆ สำหรับครูและนักเรียนโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออบรมสั่งสอนให้เยาวชนของชาติเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมโดยยึดคำสอนของพระพุทธศาสนา
เป็นแนวปฏิบัติ เช่น การรักษาศีล๕ กรรมบถ ๑๐ การมีสังคหวัตถุ๔ และอื่นๆ เป็นต้น ควบคู่กับการฝึกให้นักเรียนคุ้นเคยกับการทำสมาธิภาวนา โดยให้มีการสวดมนต์ ทำวัตรเช้า-เย็น มีการฟังธรรมและเจริญพระกรรมฐานทุกวัน


            นอกจากนี้ท่านยังได้ตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยาที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี ทั้งขณะที่เรียนอยู่ในโรงเรียน และเมื่อเรียนจบแล้วไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี-โท-เอก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและเป็นกำลังใจให้กับนักเรียน โดยไม่ได้มุ่งหวังการตอบแทนใดๆ จากนักเรียนเลย ขอเพียงให้นักเรียนประพฤติตนเป็นคนดี เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคมเท่านั้น
            ในปี ๒๕๓๒ หลวงพ่อพระสุธรรมยานเถระได้รับเลื่อนชั้นสมณศักดิ์จากชั้นสามัญเป็นชั้นราช ที่ “พระราชพรหมยาน” แต่ชื่อโรงเรียนยังใช้ชื่อเดิม คือ “โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา” และปฏิบัติตามนโยบายเดิมที่ได้วางไว้แต่ต้น

 
หน้าหลัก